serie Dae Jang Geum

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนเลยนะคะ ว่าชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆ > <  เป็นเรื่องที่ให้ทั้งข้อคิดดีๆ ให้กำลังใจ และเป็นเรื่องที่สนุกมากๆ 

เชื่อว่าทุกคนคงได้ยินชื่อของแม่นางแดจังกึม  ดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ ^^

images

“แดจังกึม” จอมนางแห่งวังหลวง เป็นละครเกาหลีที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริงของหญิงสาวผู้เป็นตำนานนามว่า”จัง กึม” ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกของเกาหลีที่เป็นแพทย์คอยรักษาอาการเจ็บป่วยให้กับ เชื้อพระวงศ์ในพระราชสำนักจนได้รับการยกย่องจากกษัตริย์ให้เป็น “แดจังกึม” (แด คือ ตำแหน่งที่พระมหากษัตริย์แต่งตั้งให้เพื่อเป็นการยกย่องให้เกียรติ) ในวัยเด็กเธอได้สูญเสียพ่อและแม่ไป แต่ได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้วิธีปรุงอาหารในพระราชสำนัก ด้วยความที่เธอเป็นเด็กฉลาดทำให้จังกึมได้กลายเป็นกุ๊กมือหนึ่งที่ได้รับ ความไว้วางใจจากเชื้อพระวงศ์ แต่ดูเหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งเมื่อเธอถูกใส่ความและถูกไล่ออกจากพระราชสำนัก อย่างไรก็ตาม จังกึมก็ไม่เคยย่อท้อเธอได้ศึกษาวิชาการปรุงยาจนชำนาญ จากนั้นจึงกลับเข้าวังหลวงอีกครั้ง จนได้กลายเป็นหมอหญิงที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์เกาหลี

443dc4be2afa860-17-1132774428xl_r_1e2d4979bf9

60-19-1133464230 60-14-1132773063 LeeYoungAe 60-2-1132770559

ซี่รีย์ “แดจังกึม” ชุดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงกวาดเรตติ้งอันดับ 1 ตลอดช่วงระยะเวลาที่ออกอากาศในประเทศเกาหลี นอกจากนี้ยังไปสร้างเรตติ้งในอีกหลายประเทศอาทิ ใต้หวัน ญี่ปุ่น และ แถบตะวันตกทางช่อง Woch-ch ใน ชิคาโก จนกลายเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมละครเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ทำให้ละครเรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ชมเกาหลี คือการผสมผสานเอกลักษณ์ 2 สิ่งเข้ารวมกันคือการถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงสาวที่ต้องต่อสู้กับกฎเกณฑ์ ประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านานรวมถึงการทำอาหารรวมทั้งยารักษาทางการแพทย์แบบ ดั้งเดิม ที่คนรุ่นใหม่ทั่วๆ ไป ไม่ค่อยได้พบเห็นกันมากนัก ความเข้มข้นของเนื้อเรื่องที่ชวนติดตาม

 

ข้อคิดจากละคร (แดจังกึม)

ประโยคนี้เป็นประโยคที่นายหญิงแห่งห้องเครื่อง สอนเด็กหญิงจังกึมผู้มีความปรารถนาจะเป็นนางในเมื่อเติบใหญ่
“ไปเอาน้ำ มา”
“ไปเอาน้ำ มา…”
นายหญิง แฮซังกุงพูดอยู่เช่นนี้หลายวันกว่าจังกึมจะเข้าใจและระลึกได้ว่า แม่ของตนซึ่งเป็นนางในเคยสอนไว้ว่า ก่อนที่จะนำน้ำไปให้ใครควรถามสารทุกข์สุกดิบก่อนว่าวันนี้มีสภาพร่าง กายอย่างไร?
เช่น เจ็บคอไหม? หรือถ่ายท้องแล้วหรือยัง?
แล้วจึงนำน้ำมาให้ตามสภาพร่างกายของผู้รับ
หากเจ็บคอ ก็ควรนำน้ำอุ่นมาให้มิใช่น้ำเย็น
เพราะจังกึมเป็นเด็กที่ฉลาดจึงเรียน รู้เรื่องนี้ได้ในเวลาไม่กี่วัน แต่หากผู้บริหารลองมามองย้อนลูกน้องของเราเองใน ที่ทำงานมีสักกี่คนที่จะเข้าใจเรื่องนี้ได้โดยง่าย
“ไปทำมาใหม่”
“ไปทำมาใหม่”
บอกไปกี่ที่ก็ ” ครับผม” หรือ “ค่ะท่าน”
แต่จะทราบไหมว่าความต้องการของผู้บริหารท่านนั้น คืออะไร?
มีอีกหลายตอน ใน “แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง” ที่ทำให้เราสามารถเรียนรู้การพัฒนาขีดความสามารถ หรือคุณลักษณะที่พึงประสงค์ (Competency)ของคนที่จะเป็นนางในได้ เป็นอย่างดีและเป็นบทเรียนให้เราเห็นถึงการพัฒนาคนตามแนวทางพัฒนา Competency
อีกตอนที่นายหญิงฮันซังกุง และแชซังกุงต้องทำการแข่งขันเพื่อเป็นซังกุงสูงสุด พระมเหสีขอให้นางในทั้งสองหุงข้าวแข่งกัน
“เพียงหุง ข้าวแข่งกันจะตัดสินได้อย่างไร?”
เป็นคำที่กล่าวกันในหมู่นางในว่าพระมเหสีจะตัดสินเรื่องนี้เพียงดูแค่การหุงข้าวเท่านั้นน่ะหรือ?
โดยต่อ มาพระมเหสีขอให้คำตัดสินมาจากนางในด้วยกันเองว่าข้าวที่ออกมาในถ้วยทองเหลือง หรือถ้วยกระเบื้องเคลือบดีกว่ากัน
ผลปรากฏว่าทุกคนต่างวิจารณ์ว่าข้าวในถ้วยกระเบื้องเคลือบซึ่งเป็นของแชซังกุงนั้น นุ่มหอมหวานกว่าของ ฮันซังกุง
แต่เมื่อลงคะแนนตัดสินผลปรากฏว่า ข้าวในถ้วยทองเหลืองของฮันซังกุงกลับชนะ เนื่องจากถูกปากนางในผู้ทำการตัดสิน มากกว่า ซึ่งฮันซังกุงได้เปิดเผยภายหลังว่า นางใช้วิธีหุงที่ทำให้ข้าวในหม้อหนึ่งออกมาหลาย รูปแบบมีทั้ง นุ่ม แฉะ และแข็ง เพื่อให้เพื่อนนางในของนางที่เติบโตมาด้วยกันได้ทานข้าวถูกปากของตนเป็นที่ สุด
บทเรียน นี้สอนให้รู้ว่า ข้าวที่อร่อยที่สุดคงไม่มี แต่ข้าวที่ถูกปากผู้รับประทานคือ ข้าวที่ดีที่สุด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s